ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
แก่นชีวิต
TAG

#ความวิตกกังวล

พบ 6 บทความที่แท็กนี้

งานวิจัยทั่วโลกชี้ว่าคนหนุ่มสาว 84% กังวลเรื่องโลกร้อนอย่างน้อยระดับปานกลาง แต่สิ่งที่บั่นทอนใจที่สุดคือความรู้สึกว่าไม่มีใครลงมือทำอะไรจริงจัง
สุขภาพกายและใจ

งานวิจัยทั่วโลกชี้ว่าคนหนุ่มสาว 84% กังวลเรื่องโลกร้อนอย่างน้อยระดับปานกลาง แต่สิ่งที่บั่นทอนใจที่สุดคือความรู้สึกว่าไม่มีใครลงมือทำอะไรจริงจัง

งานสำรวจคนหนุ่มสาวกว่า 10,000 คนใน 10 ประเทศพบว่า 84% กังวลเรื่องโลกร้อนอย่างน้อยระดับปานกลาง และเกือบครึ่งบอกว่าความรู้สึกนี้กระทบชีวิตประจำวันจริง แต่สิ่งที่บั่นทอนใจมากที่สุดกลับไม่ใช่ตัวโลกร้อนเอง แต่เป็นความรู้สึกว่าภาครัฐไม่ได้ลงมือทำอะไรจริงจัง

อ่าน 14 นาที
Doomscrolling: พฤติกรรมเลื่อนดูข่าวร้ายไม่หยุด งานวิจัยชี้อธิบายความวิตกกังวลเชิงอัตถิภาวนิยมได้จริง แต่มีจุดเริ่มที่ทำลายวงจรนี้ได้
สุขภาพกายและใจ

Doomscrolling: พฤติกรรมเลื่อนดูข่าวร้ายไม่หยุด งานวิจัยชี้อธิบายความวิตกกังวลเชิงอัตถิภาวนิยมได้จริง แต่มีจุดเริ่มที่ทำลายวงจรนี้ได้

งานวิจัยพัฒนาแบบวัด Doomscrolling Scale จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,200 คน ยืนยันว่ายิ่งเลื่อนดูข่าวร้ายไม่หยุดมากเท่าไหร่ ความทุกข์ทางจิตใจยิ่งสูงและฉุดความพึงพอใจในชีวิตลง โดยพฤติกรรมนี้สัมพันธ์กับความวิตกกังวลเชิงอัตถิภาวนิยมที่สูงขึ้นทั้งในกลุ่มตัวอย่างอิหร่านและสหรัฐฯ

อ่าน 16 นาที
ถักไหมพรมตอนเครียดแล้วใจสงบขึ้นจริงไหม งานวิจัยเรื่องงานฝีมือซ้ำๆ
สุขภาพกายและใจ

ถักไหมพรมตอนเครียดแล้วใจสงบขึ้นจริงไหม งานวิจัยเรื่องงานฝีมือซ้ำๆ

งานสำรวจคนถักโครเชต์กว่า 8,000 คนจาก 87 ประเทศพบว่าคะแนนอารมณ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังถัก และ 89.5% รู้สึกสงบขึ้น ขณะที่งานวิจัยด้วยเครื่องวัดคลื่นสมองยังพบว่าการถัก 20 นาทีช่วยเพิ่มความตื่นตัวและการเล็งความสนใจในคนที่ถักเป็นประจำ

อ่าน 14 นาที
กินขนมถุง น้ำอัดลม ไส้กรอกทุกวันจนชิน แล้วสมองกับใจของเราเป็นอย่างไรบ้าง
สุขภาพกายและใจ

กินขนมถุง น้ำอัดลม ไส้กรอกทุกวันจนชิน แล้วสมองกับใจของเราเป็นอย่างไรบ้าง

ลองนึกภาพวันธรรมดาของใครหลายคน ตื่นมากินซีเรียลใส่นม สายๆ แวะร้านสะดวกซื้อซื้อขนมปังแซนด์วิชกับกาแฟกระป๋อง กลางวันกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือไส้กรอกทอด บ่ายๆ ของว่างเป็นขนมกรุบกรอบกับน้ำอัดลม เย็นสั่งอาหารเดลิเวอรีที่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งมาแล้วหลายขั้นตอน วนแบบนี้ทุกวันโดยแทบไม่รู้ตัว อาหารเหล่านี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่นักโภชนาการเรียกว่า "อาหารแปรรูปสูง" หรือ ultra-processed food (UPF) ตามระบบจำแนก NOVA คืออาหารที่ผ่านกระบวนการอุตสาหกรรมหลายขั้นตอน มักมีส่วนผสมที่ไม่พบในครัวบ้านทั่วไป เช่น สารกันบูด สีสังเคราะห์ อิมัลซิไฟเออร์ หรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาล คำถามที่นักวิจัยทั่วโลกกำลังตามหาคำตอบอย่างจริงจังในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาคือ อาหารกลุ่มนี้ส่งผลต่อสมองและจิตใจของเราแค่ไหน ทั้งในแง่ความเสี่ยงซึมเศร้า ความวิตกกังวล และการทำงานของสมองในระยะยาว บทความนี้รวบรวมงานวิจัยที่ตรวจสอบแล้วว่าน่าเชื่อถือ ตั้งแต่งานทบทวนอภิมานขนาดใหญ่ที่รวมข้อมูลคนเกือบ 10 ล้านคน ไปจนถึงการศึกษาติดตามระยะยาวในกลุ่มประชากรเฉพาะ มาเล่าให้ฟังทีละชิ้นว่าพบอะไรบ้าง และสำคัญคือ ต้องเข้าใจตั้งแต่ต้นว่างานวิจัยเหล่านี้เกือบทั้งหมดเป็นการศึกษาเชิงสังเกต (observational) ที่บอกได้ว่า "เชื่อมโยงกับ" ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่การพิสูจน์ว่าอาหารแปรรูปสูง "เป็นสาเหตุโดยตรง" ของปัญหาสุขภาพจิต

อ่าน 18 นาที
หนี้สินไม่ได้กัดกินแค่กระเป๋าเงิน แต่กัดกินสมองส่วนคิดของคุณด้วย
การเงินส่วนบุคคล

หนี้สินไม่ได้กัดกินแค่กระเป๋าเงิน แต่กัดกินสมองส่วนคิดของคุณด้วย

ลองนึกภาพคืนที่คุณนอนไม่หลับเพราะคิดถึงยอดหนี้บัตรเครดิตที่ต้องจ่ายปลายเดือนนี้ ตัวเลขในหัวมันวนเวียนไม่หยุด จนวันรุ่งขึ้นคุณตัดสินใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในที่ทำงานผิดพลาดไปหมด นี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่คุณคิดไปเอง งานวิจัยทางจิตวิทยาและสาธารณสุขในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาเริ่มยืนยันตรงกันว่าหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน (unsecured debt) เช่นหนี้บัตรเครดิตหรือหนี้กู้ยืมส่วนบุคคล มีความสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพจิตอย่างชัดเจน และในบางกรณีถึงขั้นเป็นความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลที่วัดผลได้จริง ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันโดยบังเอิญ คำถามที่น่าสนใจคือ กลไกเบื้องหลังคืออะไร และมีหลักฐานอะไรบ้างที่ชี้ว่าการลดหนี้ลงจะช่วยให้จิตใจดีขึ้นได้จริง

อ่าน 17 นาที
ทำไมงานที่ทำค้างไว้ถึงวนอยู่ในหัวทั้งวัน (แม้จะพยายามไม่คิดถึงมันแล้วก็ตาม)
การเรียนรู้และความจำ

ทำไมงานที่ทำค้างไว้ถึงวนอยู่ในหัวทั้งวัน (แม้จะพยายามไม่คิดถึงมันแล้วก็ตาม)

ลองนึกภาพว่าคุณกำลังเขียนอีเมลสำคัญอยู่ แล้วจู่ๆ ก็มีคนเรียกเข้าประชุมด่วน คุณรีบปิดโน้ตบุ๊กแล้วเดินเข้าห้องประชุมไป แต่ตลอดการประชุมนั้น สมองส่วนหนึ่งของคุณยังคงวนเวียนอยู่กับประโยคที่เขียนค้างไว้ ในขณะเดียวกัน อีเมลอีกฉบับที่คุณส่งไปเรียบร้อยแล้วเมื่อเช้ากลับไม่เคยผุดขึ้นมาในหัวอีกเลย ทำไมงานที่ "ทำค้างไว้" ถึงเกาะติดความคิดเราได้เหนียวแน่นกว่างานที่ "เสร็จแล้ว" มากขนาดนี้ ปรากฏการณ์นี้ถูกตั้งชื่อว่า Zeigarnik effect ตามชื่อนักจิตวิทยาชาวรัสเซียที่ค้นพบมันเมื่อเกือบ 100 ปีก่อน แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ เมื่อนักวิจัยยุคใหม่ลองทำการทดลองซ้ำหลายสิบครั้งตลอดหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ปรากฏการณ์นี้ยังคง "จริง" อยู่แค่ไหน และทำไมการเขียน to-do list ถึงยังช่วยลดความวิตกกังวลได้ แม้ตัวปรากฏการณ์ดั้งเดิมเองจะพิสูจน์ซ้ำได้ยากกว่าที่คิด

อ่าน 15 นาที