NMN/NAD+ อาหารเสริมชะลอวัยราคากระปุกละหลักพันถึงหลักหมื่น งานทดลองในมนุษย์ 5 ชิ้นตั้งแต่ปี 2021 พบอะไรบ้าง
งานทดลองในมนุษย์ 5 ชิ้นตั้งแต่ปี 2021 พบว่า NMN เพิ่มระดับ NAD+ ในเลือดได้จริงและช่วยความไวต่ออินซูลินในบางกลุ่ม แต่ผลต่อความแข็งแรงร่างกายหรือหลอดเลือดส่วนใหญ่ยังอ่อนหรือพบเฉพาะกลุ่มย่อย ยังห่างไกลจากคำโฆษณา 'ชะลอวัย' ที่ขายกันอยู่
บรรณาธิการ

สรุปสั้น (Key Takeaways)
- Yoshino และคณะ (2021, *Science*) การทดลองแรกในมนุษย์ พบว่า NMN เพิ่มความไวต่ออินซูลินในกล้ามเนื้อของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่เป็นก่อนเบาหวานได้จริง แต่กลุ่มยาหลอกไม่เปลี่ยนแปลง
- Igarashi และคณะ (2022, *npj Aging*) พบว่า NMN 250 มก./วัน นาน 12 สัปดาห์ เพิ่มระดับ NAD+ ในเลือด 2.57 เท่า และพบสัญญาณบวกแบบ "nominally significant" ต่อความแข็งแรงมือซ้าย (grip) และความเร็วในการเดินในชายสูงอายุญี่ปุ่น แต่ผู้วิจัยเองระบุว่าควรยืนยันซ้ำในกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่กว่านี้
- Katayoshi และคณะ (2023, *Scientific Reports*) พบว่าความแข็งของหลอดเลือด (arterial stiffness) โดยรวมไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ลดลงจริงเฉพาะในกลุ่มย่อยที่มี BMI หรือน้ำตาลในเลือดสูงกว่าค่าเฉลี่ย
- Yi, Maier และคณะ (2023, *GeroScience*) ทดสอบขนาดยา 300/600/900 มก. พบว่าปลอดภัยทุกขนาด เพิ่ม NAD+ ได้จริง แต่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของ HOMA-IR (ตัวชี้วัดดื้ออินซูลิน)
- Chen และคณะ (2024, *Current Diabetes Reports*) วิเคราะห์อภิมานจาก 8 การทดลอง 342 คน สรุปว่า NMN ไม่ได้ให้ประโยชน์ต่อน้ำตาลในเลือด อินซูลิน หรือไขมันในเลือดอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มคนที่ค่าพื้นฐานปกติอยู่แล้ว
- ยังไม่มีงานทดลองในมนุษย์ชิ้นใดที่วัดผลเรื่องอายุขัยหรืออัตราการเสียชีวิตโดยตรง ทุกชิ้นเป็นงานระยะสั้น 10 วันถึง 12 สัปดาห์เท่านั้น
- กรอบ "รู้-เทียบ-ลอง-เลิก" สรุปวิธีตัดสินใจว่าจะลอง NMN หรือไม่อย่างมีเหตุผลจากหลักฐานทั้งหมดในบทความนี้ให้เป็นขั้นตอนที่ทำตามได้จริง
คำชี้แจง
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปด้านสุขภาพเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ หากมีอาการหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจดำเนินการใดๆ
ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นโฆษณา NMN หรือ NAD+ ผ่านตามาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นในไลฟ์ขายของ บทความรีวิวสุขภาพ หรือแม้แต่คลินิกชะลอวัยที่เริ่มเปิดกันมากขึ้นในกรุงเทพฯ สรรพคุณที่โฆษณามักพูดถึงคือ "ชะลอวัย" "เพิ่มพลังงานระดับเซลล์" "ยืดอายุ" โดยอ้างอิงกลไกที่ฟังดูเป็นวิทยาศาสตร์มาก คือ NAD+ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) เป็นโมเลกุลสำคัญที่ทุกเซลล์ในร่างกายต้องใช้ผลิตพลังงาน และระดับ NAD+ ในร่างกายลดลงจริงตามอายุที่มากขึ้น ส่วน NMN (Nicotinamide Mononucleotide) คือสารตั้งต้นที่ร่างกายใช้สร้าง NAD+ การกินเสริมจึงถูกขายว่าเป็นทางลัดในการ "เติม NAD+" กลับเข้าไป
คำถามที่ผมอยากรู้จริงๆ คือ ตัดโฆษณาออกไปแล้ว มีงานทดลองในมนุษย์แบบสุ่มตัวอย่างจริงๆ กี่ชิ้นที่พิสูจน์ว่ากินแล้วได้ผลตามที่โฆษณาบอก บทความนี้พาไปดูงานทดลองในมนุษย์ 5 ชิ้นที่ตีพิมพ์ระหว่างปี 2021-2024 ซึ่งรวมงานที่ตีพิมพ์ใน *Science* และวารสารในเครือ Nature Portfolio อีก 2 ฉบับ
Yoshino 2021: การทดลองแรกในมนุษย์ พบผลบวกต่อความไวอินซูลิน
จุดเริ่มต้นของกระแส NMN ในมนุษย์มาจากงานของ Mihoko Yoshino, Jun Yoshino, Brandon D. Kayser และคณะจากมหาวิทยาลัย Washington University in St. Louis ในงานชื่อ "Nicotinamide Mononucleotide Increases Muscle Insulin Sensitivity in Prediabetic Women" ตีพิมพ์ใน *Science* ปี 2021 (เล่ม 372 ฉบับ 6547 หน้า 1224-1229, DOI 10.1126/science.abe9985) นี่คืองานทดลองแบบสุ่มตัวอย่าง มีกลุ่มควบคุมด้วยยาหลอก (randomized, double-blind, placebo-controlled) ชิ้นแรกที่ทดสอบ NMN ในมนุษย์
กลุ่มตัวอย่างคือผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่น้ำหนักเกินหรืออ้วนและเป็นก่อนเบาหวาน (prediabetes) จำนวน 25 คน แบ่งเป็นกลุ่มละ 12-13 คน ให้กิน NMN หรือยาหลอกนาน 10 สัปดาห์ ผลลัพธ์คือ กลุ่มที่กิน NMN มีการกำจัดกลูโคสที่กระตุ้นด้วยอินซูลิน (insulin-stimulated glucose disposal) เพิ่มขึ้นจริง ขณะที่กลุ่มยาหลอกไม่เปลี่ยนแปลงเลย พูดง่ายๆ คือกล้ามเนื้อตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น ทีมวิจัยยังพบว่า NMN เพิ่มการฟอสโฟรีเลชันของโปรตีนส่งสัญญาณ AKT และ mTOR ระหว่างการให้อินซูลิน และเพิ่มการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวกับตัวรับ PDGF และการปรับโครงสร้างกล้ามเนื้อ
จุดที่ผมคิดว่าสำคัญคือ นี่เป็นงานเล็กมาก (12-13 คนต่อกลุ่ม) และทดสอบเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่เป็นก่อนเบาหวานเท่านั้น ยังตอบไม่ได้ว่าผลจะเหมือนกันในคนทั่วไปที่สุขภาพดีอยู่แล้วหรือในผู้ชาย คำถามที่ตามมาคือ ถ้าทดสอบในกลุ่มตัวอย่างที่ต่างออกไป เช่นคนสูงอายุทั่วไป ผลจะซ้ำกันไหม
Igarashi 2022: NAD+ เพิ่มขึ้น 2.57 เท่า กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นจริงในชายสูงอายุ
Masaki Igarashi, Yoshiko Nakagawa-Nagahama, Masaomi Miura และทีมวิจัยญี่ปุ่นตอบคำถามนี้ในงานชื่อ "Chronic Nicotinamide Mononucleotide Supplementation Elevates Blood Nicotinamide Adenine Dinucleotide Levels and Alters Muscle Function in Healthy Older Men" ตีพิมพ์ใน *npj Aging* ปี 2022 (เล่ม 8 ฉบับ 1 บทความเลขที่ 5, DOI 10.1038/s41514-022-00084-z) ซึ่งเป็นวารสารในเครือ Nature Portfolio
การทดลองนี้ให้ชายสูงอายุชาวญี่ปุ่นสุขภาพดีกิน NMN ขนาด 250 มก./วัน นาน 12 สัปดาห์ ผลลัพธ์คือ ระดับ NAD+ ในเลือดเพิ่มขึ้นถึง 2.57 เท่าเทียบกับค่าพื้นฐาน และมีสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเชิงหน้าที่ (functional outcome) เพิ่มเติมด้วย คือความแข็งแรงของมือข้างซ้าย (left grip strength, p=0.019) และความเร็วในการเดิน (gait speed, p=0.033) ดีขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มยาหลอก แต่ทีมวิจัยเองระบุในบทคัดย่อว่าผลเหล่านี้เป็นแค่ "nominally significant" (มีนัยสำคัญแบบเบื้องต้น ไม่ได้ปรับค่าสำหรับการทดสอบหลายตัวชี้วัด) และเจาะจงเฉพาะมือซ้ายเท่านั้น ไม่ใช่ความแข็งแรงมือโดยรวม พร้อมระบุตรงๆ ว่า "ควรได้รับการยืนยันซ้ำในงานวิจัยขนาดใหญ่กว่านี้" ไม่ใช่ผลที่แข็งแรงเต็มที่
ผมคิดว่าจุดที่ทำให้งานนี้น่าสนใจคือ มันตอบคำถามที่ Yoshino ทิ้งไว้บางส่วน คือแสดงว่า NMN มีผลจริงในกลุ่มประชากรที่ต่างออกไป (ชายสูงอายุ ไม่ใช่หญิงวัยหมดประจำเดือนที่เป็นก่อนเบาหวาน) แต่คำถามที่ตามมาคือ ขนาดยาเท่าไรถึงจะเหมาะสมและปลอดภัยที่สุด เพราะแต่ละงานที่ผ่านมาใช้ขนาดยาต่างกันมาก ตั้งแต่ 250 มก. ถึงหลักพันมิลลิกรัม
Yi 2023: ทดสอบหาขนาดยาที่เหมาะสม ปลอดภัยแต่ไม่ช่วยเรื่องดื้ออินซูลิน
Lin Yi, Andrea B. Maier และทีมวิจัยนานาชาติตอบคำถามเรื่องขนาดยาโดยตรงในงานชื่อ "Chronic Nicotinamide Mononucleotide Supplementation in a Randomized Clinical Trial" ตีพิมพ์ใน *GeroScience* ปี 2023 (เล่ม 45 ฉบับ 1 หน้า 29-43, DOI 10.1007/s11357-022-00705-1) เป็นการทดลองแบบสุ่มหลายศูนย์ (multicenter) มีกลุ่มควบคุมด้วยยาหลอก ทดสอบผู้ใหญ่วัยกลางคนสุขภาพดี 80 คน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือยาหลอก, NMN 300 มก., 600 มก., และ 900 มก./วัน นาน 60 วัน
ผลลัพธ์คือ ระดับ NAD+ ในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทุกกลุ่มที่กิน NMN โดยเฉพาะกลุ่ม 600 และ 900 มก. ระยะทางที่เดินได้เพิ่มขึ้นในกลุ่ม 300, 600, และ 900 มก. ทั้งที่วันที่ 30 และ 60 อายุชีวภาพ (biological age) ในกลุ่มที่กิน NMN ไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่กลุ่มยาหลอกอายุชีวภาพเพิ่มขึ้น และคะแนนการรับรู้สุขภาพจากแบบสอบถาม SF-36 ดีขึ้นในกลุ่มที่กิน NMN เช่นกัน แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยคือค่า HOMA-IR ซึ่งเป็นตัวชี้วัดภาวะดื้ออินซูลินที่ใช้กันทั่วไป ไม่มีความแตกต่างระหว่างกลุ่ม ทีมวิจัยสรุปว่า NMN ปลอดภัยและทนต่อยาได้ดีในขนาดสูงสุดถึง 900 มก./วัน โดยขนาด 600 มก. ดูจะให้ผลดีที่สุดในเชิงประสิทธิผล
จุดที่ผมคิดว่าสำคัญคือ นี่เป็นงานที่ออกแบบมาเพื่อตอบคำถามเรื่องขนาดยาโดยเฉพาะ และผลที่ได้ค่อนข้างผสมกัน คือได้ผลบางตัว (NAD+, ระยะทางเดิน, อายุชีวภาพ) แต่ไม่ได้ผลอีกตัว (ดื้ออินซูลิน) คำถามที่ตามมาคือ ผลต่อหลอดเลือดซึ่งเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของการชะลอวัยจะเป็นอย่างไร
Katayoshi 2023: หลอดเลือดแข็งตัวลดลงเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูงเท่านั้น
Takeshi Katayoshi และทีมวิจัยจาก DHC Corporation ประเทศญี่ปุ่น ตอบคำถามนี้ในงานชื่อ "Nicotinamide Adenine Dinucleotide Metabolism and Arterial Stiffness After Long-Term Nicotinamide Mononucleotide Supplementation" ตีพิมพ์ใน *Scientific Reports* ปี 2023 (เล่ม 13 บทความเลขที่ 2786, DOI 10.1038/s41598-023-29787-3) เป็นการทดลองแบบสุ่ม มีกลุ่มควบคุมด้วยยาหลอก ทดสอบผู้ใหญ่วัยกลางคนสุขภาพดี 36 คน (เหลือ 34 คนจนจบ กลุ่มละ 17 คน) กิน NMN 250 มก./วัน (แบ่งกิน 125 มก. สองครั้ง) นาน 12 สัปดาห์
ผลลัพธ์หลักคือ ความแข็งของหลอดเลือดที่วัดด้วยความเร็วคลื่นชีพจร (brachial-ankle pulse wave velocity หรือ baPWV) ในกลุ่ม NMN มีแนวโน้มลดลง (-2.1%) เทียบกับกลุ่มยาหลอกที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย (+0.5%) แต่ความแตกต่างนี้ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติในภาพรวม (p=0.097) อย่างไรก็ตาม เมื่อแยกวิเคราะห์เฉพาะกลุ่มย่อยที่มี BMI สูงกว่าค่าเฉลี่ย หรือระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าค่าเฉลี่ย พบว่าค่า baPWV ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจริง (p<0.05) ขณะที่กลุ่มย่อยที่แบ่งตามความดันโลหิตไม่พบความแตกต่างที่มีนัยสำคัญ
ผมคิดว่าจุดที่น่าสนใจมากคือรูปแบบนี้ซ้ำกับที่พบใน Yoshino 2021 คือ NMN ดูจะให้ผลชัดเจนกว่าในคนที่มี "ความเสี่ยงเมตาบอลิกสูงอยู่ก่อนแล้ว" (น้ำหนักเกิน น้ำตาลสูง เป็นก่อนเบาหวาน) มากกว่าคนที่ค่าพื้นฐานปกติอยู่แล้ว ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าทำไมงานวิจัยแต่ละชิ้นจึงให้ผลไม่ตรงกัน คำถามที่ตามมาคือ ถ้ารวบรวมงานวิจัยทั้งหมดมาวิเคราะห์อภิมาน ภาพรวมจะออกมาเป็นอย่างไร
Chen 2024: วิเคราะห์อภิมานสรุปว่าไม่มีประโยชน์ชัดเจนต่อคนทั่วไปที่ค่าปกติ
Feng Chen, Disheng Zhou, Alice Pik Shan Kong และคณะทำงานวิเคราะห์อภิมานตอบคำถามนี้ในงานชื่อที่เกี่ยวกับผลของ NMN ต่อการควบคุมน้ำตาลและไขมันในเลือด ตีพิมพ์ใน *Current Diabetes Reports* ปี 2024 (เล่ม 25 ฉบับ 1 บทความเลขที่ 4, DOI 10.1007/s11892-024-01557-z) รวบรวมการทดลองแบบสุ่ม 8 ชิ้น กลุ่มตัวอย่างรวม 342 คน (49% เป็นผู้หญิง ส่วนใหญ่เป็นวัยกลางคนถึงสูงอายุ) ขนาดยาที่ใช้ตั้งแต่ 250-2,000 มก./วัน ระยะเวลาทดลองตั้งแต่ 14 วันถึง 12 สัปดาห์
ผลสรุปคือ "ไม่พบประโยชน์ที่มีนัยสำคัญของ NMN ต่อน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร อินซูลินขณะอดอาหาร ฮีโมโกลบิน A1c ค่าดื้ออินซูลิน (HOMA-IR) หรือระดับไขมันในเลือด" มีสัญญาณบวกเล็กน้อยต่อ HOMA-IR (p=0.06) แต่หายไปเมื่อตัดงานวิจัยที่มีผลลัพธ์สุดขั้วออกจากการวิเคราะห์ ทีมวิจัยระบุว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ในงานวิจัยที่รวบรวมมามีค่าน้ำตาลและไขมันในเลือดปกติอยู่แล้วตั้งแต่ต้น จึงสรุปว่า "การเสริม NMN ระยะสั้นขนาด 250-2,000 มก./วัน ไม่แสดงผลบวกที่มีนัยสำคัญต่อการควบคุมน้ำตาลและไขมันในเลือด" ในกลุ่มประชากรที่ส่วนใหญ่สุขภาพดีอยู่แล้ว
นี่คือกุญแจสำคัญที่ผมคิดว่าอธิบายภาพรวมทั้งหมดได้ เมื่อรวมงานวิจัยหลายชิ้นเข้าด้วยกันแล้ววิเคราะห์ในกลุ่มคนทั่วไปที่สุขภาพดี ผลบวกที่เห็นในงานทดลองเดี่ยวบางชิ้น (โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงเมตาบอลิกอยู่ก่อน) ไม่ได้ปรากฏชัดในภาพรวม สอดคล้องกับที่ Katayoshi พบว่าผลชัดเจนเฉพาะกลุ่มย่อยที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้น
แล้วคำว่า "ชะลอวัย ยืดอายุ" มาจากไหน
จุดที่ผมอยากชี้ให้เห็นตรงๆ คือ ทั้ง 5 งานวิจัยที่กล่าวมาข้างต้น ไม่มีชิ้นไหนเลยที่วัดผลลัพธ์เรื่องอายุขัย อัตราการเสียชีวิต หรือการเกิดโรคเรื้อรังรุนแรงโดยตรง ทุกชิ้นเป็นงานทดลองระยะสั้นมาก (10 วันถึง 12 สัปดาห์) วัดเพียงตัวชี้วัดทางชีวภาพระดับกลาง (surrogate biomarkers) เช่น NAD+ ในเลือด ความไวอินซูลิน ความแข็งของหลอดเลือด หรือความแข็งแรงกล้ามเนื้อ คำว่า "ชะลอวัย ยืดอายุ" ที่ใช้ทำการตลาดจึงมาจากงานวิจัยในสัตว์ทดลอง (หนู) ที่พบว่า NMN ช่วยยืดอายุขัยได้จริงในบางสายพันธุ์ แต่ยังไม่มีหลักฐานเทียบเท่าในมนุษย์ เนื่องจากการทดลองวัดอายุขัยในมนุษย์ต้องใช้เวลาติดตามหลายสิบปี ซึ่งยังไม่มีใครทำได้ในขณะนี้
ผมค้นหาโดยเฉพาะในกลุ่มวารสารเรือธงอย่าง Nature Medicine, Cell Metabolism, NEJM, JAMA และ Lancet แล้วไม่พบงานทดลอง NMN ในมนุษย์เพิ่มเติมที่ตรงประเด็นไปมากกว่า 5 ชิ้นที่กล่าวมา หลักฐานที่แน่นหนักที่สุดในมนุษย์ตอนนี้จึงจำกัดอยู่ที่ตัวชี้วัดทางชีวภาพระยะสั้นเท่านั้น
กรอบรู้-เทียบ-ลอง-เลิก: ตัดสินใจเรื่อง NMN อย่างมีเหตุผล ไม่ใช่ตามโฆษณา
จากหลักฐานทั้งหมดข้างต้น ผมลองรวบยอดเป็นขั้นตอน 4 ขั้นสำหรับใครที่กำลังคิดจะซื้อ NMN หรือ NAD+ มากิน เรียกว่ากรอบ "รู้-เทียบ-ลอง-เลิก" ขอย้ำว่านี่เป็นเครื่องมือประยุกต์ของบทความที่สังเคราะห์จากงานวิจัยที่กล่าวถึงข้างต้น ไม่ใช่แนวปฏิบัติทางการแพทย์ที่ผ่านการตรวจสอบหรือรับรองจากสมาคมวิชาชีพใด
1. รู้ — รู้ว่าหลักฐานที่มีจริงๆ วัดอะไร ไม่ใช่แค่คำโฆษณา เพราะทั้ง 5 งานวิจัยในบทความนี้วัดตัวชี้วัดทางชีวภาพระยะสั้น (NAD+ ในเลือด ความไวอินซูลิน ความแข็งของหลอดเลือด) ไม่มีชิ้นไหนเลยวัดอายุขัยหรืออัตราการเสียชีวิตโดยตรงตามที่ Yi และคณะ (2023) และ Chen และคณะ (2024) ระบุไว้ตรงกัน 2. เทียบ — เทียบตัวเองกับกลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยก่อนเชื่อว่าผลจะเหมือนกัน เพราะ Yoshino และคณะ (2021) และ Katayoshi และคณะ (2023) พบผลบวกชัดเจนเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงเมตาบอลิกอยู่ก่อน (น้ำหนักเกิน น้ำตาลสูง เป็นก่อนเบาหวาน) ขณะที่ Chen และคณะ (2024) ไม่พบประโยชน์ในกลุ่มคนที่ค่าปกติอยู่แล้ว 3. ลอง — ถ้าจะลอง ให้เลือกขนาดยาที่มีข้อมูลความปลอดภัยรองรับและกำหนดระยะเวลาให้ชัดตั้งแต่ต้น เพราะ Yi และคณะ (2023) ทดสอบถึง 900 มก./วัน นาน 60 วันแล้วไม่พบปัญหาความปลอดภัยชัดเจน แต่ก็ยังเป็นข้อมูลระยะสั้นเท่านั้น ไม่มีการทดลองไหนติดตามเกิน 12 สัปดาห์ 4. เลิก — ตั้งจุดเช็คตามระยะเวลาที่งานวิจัยใช้วัดผล แล้วเลิกถ้าไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงตามนั้น แทนที่จะซื้อต่อเรื่อยๆ ตามความหวัง เพราะแม้แต่งานที่พบผลบวก (เช่น Igarashi และคณะ 2022) ก็ยังเป็นผลระดับ "nominally significant" ที่ผู้วิจัยเองบอกว่าต้องรอการยืนยันซ้ำ ไม่ใช่ผลที่แข็งแรงพอจะรับประกันได้
กรณีจำลอง: คุณสมศรีกับคลินิกชะลอวัยที่แนะนำ NMN
คุณสมศรี (นามสมมติ) อายุ 55 ปี ไปตรวจสุขภาพประจำปีแล้วพบว่าน้ำตาลในเลือดเริ่มสูงกว่าเกณฑ์ปกติเล็กน้อย (ก่อนเบาหวาน) พนักงานคลินิกชะลอวัยแนะนำให้ลอง NMN โดยพูดว่า "ช่วยชะลอวัย ยืดอายุ เพิ่มพลังงานระดับเซลล์" ในราคากระปุกละเกือบหมื่นบาท คุณสมศรีเกือบตัดสินใจซื้อทันทีเพราะกลัวโรคเบาหวานและอยากดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น
หลังอ่านบทความนี้ คุณสมศรีลองใช้กรอบรู้-เทียบ-ลอง-เลิกทบทวนการตัดสินใจ ขั้น รู้ เธอเข้าใจว่าคำว่า "ยืดอายุ" ที่พนักงานพูดมาจากงานวิจัยในหนู ไม่ใช่ในมนุษย์ งานวิจัยในมนุษย์ที่มีวัดแค่ตัวชี้วัดทางชีวภาพระยะสั้นเท่านั้น ขั้น เทียบ เธอพบว่าตัวเองมีความเสี่ยงเมตาบอลิกอยู่ก่อนจริง (น้ำตาลสูง) ตรงกับกลุ่มตัวอย่างที่ Yoshino และคณะ (2021) พบผลบวกชัดเจน จึงพอมีเหตุผลมากกว่าคนสุขภาพดีทั่วไปที่จะพิจารณา แต่ไม่ได้แปลว่าต้องซื้อทันที ขั้น ลอง เธอปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อน แล้วเลือกขนาดยาที่มีข้อมูลความปลอดภัยรองรับจากงานของ Yi และคณะ (2023) พร้อมกำหนดระยะเวลาทดลอง 12 สัปดาห์ให้ตรงกับที่งานวิจัยส่วนใหญ่ใช้ และขั้น เลิก เธอนัดตรวจน้ำตาลในเลือดซ้ำหลังครบ 12 สัปดาห์ ตั้งใจว่าจะเลิกซื้อต่อถ้าค่าน้ำตาลไม่ดีขึ้นตามที่ตั้งจุดเช็คไว้ แทนที่จะซื้อต่อเรื่อยๆ ตามคำโฆษณา
กรณีของคุณสมศรีเป็นสถานการณ์จำลองเพื่อสาธิตวิธีคิดตามกรอบข้างต้นเท่านั้น ไม่ใช่รายงานผู้ป่วยจริงหรือผลการทดลองทางคลินิก และไม่ควรใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของแต่ละบุคคล
ลองเอาไปปรับใช้ดู
1. ถ้าคุณสุขภาพดีอยู่แล้ว ค่าน้ำตาลและไขมันในเลือดปกติ การกิน NMN อาจไม่ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนอย่างที่คาดหวัง เพราะ Chen และคณะ (2024) พบว่าไม่มีประโยชน์ต่อตัวชี้วัดเมตาบอลิกในกลุ่มคนที่ค่าปกติอยู่แล้ว 2. ถ้ามีความเสี่ยงเมตาบอลิกอยู่ก่อน เช่นน้ำหนักเกิน น้ำตาลในเลือดสูง หรือเป็นก่อนเบาหวาน สัญญาณบวกอาจมีจริง เพราะ Yoshino และคณะ (2021) และ Katayoshi และคณะ (2023) พบผลชัดเจนกว่าเฉพาะในกลุ่มนี้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ ไม่ควรใช้แทนการรักษาที่ได้ผลจริง 3. ถ้าเป้าหมายคือความแข็งแรงกล้ามเนื้อและการเดินในผู้สูงอายุ มีสัญญาณบวกที่น่าสนใจ เพราะ Igarashi และคณะ (2022) พบผลดีขึ้นจริงในชายสูงอายุญี่ปุ่นสุขภาพดี แต่เป็นเพียงงานวิจัยชิ้นเดียว ยังต้องการการยืนยันซ้ำ 4. ไม่ควรเชื่อคำโฆษณาที่อ้างเรื่อง "ยืดอายุขัย" โดยตรง เพราะยังไม่มีงานวิจัยในมนุษย์ชิ้นใดวัดผลลัพธ์นี้ได้จริง ข้อมูลเรื่องอายุขัยทั้งหมดมาจากการทดลองในหนูเท่านั้น 5. ถ้าจะลองกิน ควรพิจารณาขนาดยาที่มีข้อมูลความปลอดภัยรองรับ เพราะ Yi และคณะ (2023) ทดสอบถึง 900 มก./วัน แล้วไม่พบปัญหาความปลอดภัยที่ชัดเจน แต่การทดลองนี้ก็สั้นเพียง 60 วันเช่นกัน ยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย
- สรุปแล้ว NMN ไม่มีประโยชน์เลยหรือ?
- ไม่ใช่ครับ งานวิจัยที่มีอยู่แสดงว่า NMN เพิ่มระดับ NAD+ ในเลือดได้จริงอย่างสม่ำเสมอทุกงานวิจัย และมีสัญญาณบวกต่อบางตัวชี้วัด (ความไวอินซูลินในกลุ่มเสี่ยง ความแข็งแรงกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ) แต่ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนสรรพคุณกว้างๆ อย่าง "ชะลอวัย ยืดอายุ" ที่ใช้โฆษณากัน
- ทำไมงานวิจัยแต่ละชิ้นให้ผลไม่ตรงกัน?
- ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลุ่มตัวอย่างต่างกัน งานที่พบผลบวกชัดเจน (Yoshino 2021, Katayoshi 2023 กลุ่มย่อย) มักทดสอบในคนที่มีความเสี่ยงเมตาบอลิกอยู่ก่อน ขณะที่งานวิเคราะห์อภิมานในกลุ่มคนสุขภาพดีทั่วไป (Chen 2024) ไม่พบผลชัดเจน
- ควรกิน NMN ไหม?
- บทความนี้ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล จากหลักฐานที่มีตอนนี้ ผู้ที่มีความเสี่ยงเมตาบอลิกอยู่ก่อนอาจมีเหตุผลมากกว่าคนสุขภาพดีทั่วไปที่จะพิจารณา แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ โดยเฉพาะเรื่องขนาดยาและปฏิกิริยากับยาอื่น
- ทำไมไม่มีงานวิจัยระดับ Nature Medicine หรือ NEJM เรื่องนี้?
- ผู้เขียนค้นหาโดยเฉพาะแล้วไม่พบงานทดลอง NMN ในมนุษย์ในวารสารกลุ่มนี้ในช่วงเวลาที่ค้นคว้า อาจเป็นเพราะสาขานี้ยังใหม่และงานวิจัยส่วนใหญ่ยังเป็นงานขนาดเล็กจากทีมวิจัยเฉพาะทาง ยังไม่ถึงขั้นที่วารสารเรือธงข้ามสาขาสนใจตีพิมพ์
แหล่งอ้างอิง
บทความที่เกี่ยวข้อง

สมองล้าหลังติดโควิดหายเองหรือไม่ ภาพสแกนสมองกว่า 785 คนและงานวิจัยติดตาม 3 ปีเผยคำตอบที่พลิกความเข้าใจเรื่อง Long COVID
งานวิจัยเวชระเบียนกว่า 1.28 ล้านคนและภาพสแกนสมอง 785 คนพบว่าอาการสมองล้าหลังติดโควิดไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่วัดได้จริงและยังหลงเหลืออยู่แม้อาการอื่นจะหายแล้ว โดยความเสี่ยงภาวะพร่องทางสมองยังสูงกว่าเดิมตลอด 2 ปีที่ติดตาม

คีตามีนได้ผลดีกว่าช็อตไฟฟ้า (ECT) สำหรับโรคซึมเศร้าดื้อยาจริงหรือ งานวิจัยสุ่มตัวอย่าง 403 คนใน NEJM ปี 2023 เผยคำตอบที่หลายคนคาดไม่ถึง
การทดลองสุ่มตัวอย่าง 403 คนในผู้ป่วยซึมเศร้าดื้อยาพบว่าคีตามีนทางหลอดเลือดดำให้ผลไม่ด้อยไปกว่าการช็อตไฟฟ้า (ECT) เลย ขณะที่เอสคีตามีนพ่นจมูกก็ให้ผลดีกว่ายาหลอกและยาต้านเศร้ามาตรฐานในการทดลองแยกอีกหลายชิ้น

พลาสติกจิ๋วในเลือด หลอดเลือดคอ และเนื้อสมอง: ทำไมคนที่ตรวจพบพลาสติกในคราบไขมันหลอดเลือดเสี่ยงหัวใจวาย-อัมพาต-เสียชีวิตสูงกว่าถึง 4.5 เท่า
งานวิจัยตรวจพบไมโครพลาสติกในเลือดคนสุขภาพดีถึง 77% และในผู้ป่วยที่พบพลาสติกสะสมในคราบไขมันหลอดเลือดคอ มีความเสี่ยงหัวใจวาย อัมพาต หรือเสียชีวิตสูงกว่าถึง 4.5 เท่า ขณะที่ความเข้มข้นของพลาสติกในเนื้อสมองก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2016

หมอกสมองวัยทองกับฮอร์โมนทดแทน: ทำไมงานวิจัยผู้หญิงกว่า 1 ล้านคนก็ยังฟันธงไม่ได้ว่าช่วยหรือทำร้ายสมอง
งานวิเคราะห์อภิมานจากผู้หญิงรวมกันกว่า 1 ล้านคนให้ผลขัดแย้งกันเอง บ้างพบฮอร์โมนทดแทนช่วยความจำคำพูดดีขึ้น บ้างพบว่าเพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อม ขึ้นอยู่กับชนิดฮอร์โมนและจังหวะเวลาที่เริ่มใช้อย่างมาก ทำให้ยังไม่มีคำตอบฟันธงเดียว
