ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
แก่นชีวิต
TAG

#โซเชียลมีเดีย

พบ 5 บทความที่แท็กนี้

แค่ถามตัวเองว่า "ข่าวนี้จริงไหม" ก่อนกดแชร์ ก็ช่วยลดข่าวปลอมได้จริง งานวิจัยทั่วโลกเผยวิธี "ฉีดวัคซีนความคิด" ที่ได้ผลกับคนนับล้าน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ต้องรู้
การสื่อสารและการพูดในที่สาธารณะ

แค่ถามตัวเองว่า "ข่าวนี้จริงไหม" ก่อนกดแชร์ ก็ช่วยลดข่าวปลอมได้จริง งานวิจัยทั่วโลกเผยวิธี "ฉีดวัคซีนความคิด" ที่ได้ผลกับคนนับล้าน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ต้องรู้

งานทดลองภาคสนามจริงพบว่าแค่เตือนให้คิดถึงความถูกต้องก่อนแชร์ ก็ช่วยลดการแชร์ข่าวปลอมได้จริง เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจโกหกแต่แค่ไม่ทันคิด ส่วนแนวคิด 'วัคซีนทางความคิด' ก็ช่วยสร้างภูมิต้านทานข่าวลวงได้ผลในหลายประเทศ

อ่าน 24 นาที
Doomscrolling: พฤติกรรมเลื่อนดูข่าวร้ายไม่หยุด งานวิจัยชี้อธิบายความวิตกกังวลเชิงอัตถิภาวนิยมได้จริง แต่มีจุดเริ่มที่ทำลายวงจรนี้ได้
สุขภาพกายและใจ

Doomscrolling: พฤติกรรมเลื่อนดูข่าวร้ายไม่หยุด งานวิจัยชี้อธิบายความวิตกกังวลเชิงอัตถิภาวนิยมได้จริง แต่มีจุดเริ่มที่ทำลายวงจรนี้ได้

งานวิจัยพัฒนาแบบวัด Doomscrolling Scale จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,200 คน ยืนยันว่ายิ่งเลื่อนดูข่าวร้ายไม่หยุดมากเท่าไหร่ ความทุกข์ทางจิตใจยิ่งสูงและฉุดความพึงพอใจในชีวิตลง โดยพฤติกรรมนี้สัมพันธ์กับความวิตกกังวลเชิงอัตถิภาวนิยมที่สูงขึ้นทั้งในกลุ่มตัวอย่างอิหร่านและสหรัฐฯ

อ่าน 16 นาที
ความจริงใจบนโปรไฟล์ออนไลน์ ทำให้คนอื่นไว้ใจและชอบเรามากขึ้นจริงไหม งานวิจัยให้คำตอบที่ซับซ้อนกว่าที่คิด
การสื่อสารและการพูดในที่สาธารณะ

ความจริงใจบนโปรไฟล์ออนไลน์ ทำให้คนอื่นไว้ใจและชอบเรามากขึ้นจริงไหม งานวิจัยให้คำตอบที่ซับซ้อนกว่าที่คิด

งานทดลองพบว่าฟีเจอร์ที่เปิดให้นำเสนอตัวตนแบบฉับพลันอย่าง Instagram Stories ทำให้รู้สึกจริงใจกับตัวเองมากกว่าโพสต์ทั่วไปเล็กน้อย แต่อีกงานวิจัยกลับพบว่าคนที่ดูน่าดึงดูดทางกายภาพมากกว่าสามารถนำเสนอบุคลิกที่ไม่ตรงกับตัวจริงได้สำเร็จมากกว่า เพราะผู้ประเมินเกิดอคติแบบ halo effect

อ่าน 14 นาที
โซเชียลมีเดียทำร้ายสุขภาพจิตวัยรุ่นจริงหรือ งานวิจัยล่าสุดบอกว่าเรื่องนี้ซับซ้อนกว่าพาดหัวข่าว
สุขภาพกายและใจ

โซเชียลมีเดียทำร้ายสุขภาพจิตวัยรุ่นจริงหรือ งานวิจัยล่าสุดบอกว่าเรื่องนี้ซับซ้อนกว่าพาดหัวข่าว

"โซเชียลมีเดียกำลังทำลายสุขภาพจิตของวัยรุ่นทั้งรุ่น" เป็นประโยคที่ได้ยินบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากสื่อ หนังสือขายดี และการถกเถียงในรัฐสภาหลายประเทศ แต่ในแวดวงวิจัยจริงๆ กลับมีข้อถกเถียงที่ดุเดือดไม่แพ้กันว่าความเชื่อมโยงนี้ "ใหญ่" แค่ไหน นักวิจัยกลุ่มหนึ่งที่วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุดในโลกพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่ใช้บนหน้าจอกับความเป็นอยู่ที่ดีนั้นเล็กมาก เล็กพอๆ กับผลของการกินมันฝรั่งเป็นประจำ ในขณะที่อีกกลุ่มโต้แย้งว่าตัวเลขเหล่านั้นถูกวิเคราะห์จนเบาลงเกินจริง และยังมีงานวิจัยเชิงทดลองที่พบผลกระทบเชิงสาเหตุที่ชัดเจนในบางบริบท บทความนี้จะพาไปดูงานวิจัยสำคัญที่สุดในรอบ 5-6 ปีที่ผ่านมาจากทุกฝั่งของข้อถกเถียงนี้ เพื่อให้เห็นภาพที่ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด ไม่ใช่แค่ด้านที่น่ากลัวที่สุด

อ่าน 19 นาที
เลื่อนฟีดแล้วรู้สึกแย่ทุกที: สิ่งที่งานวิจัยพบจริงเรื่อง Upward Social Comparison บนโซเชียลมีเดีย
สุขภาพกายและใจ

เลื่อนฟีดแล้วรู้สึกแย่ทุกที: สิ่งที่งานวิจัยพบจริงเรื่อง Upward Social Comparison บนโซเชียลมีเดีย

หลายคนเคยมีประสบการณ์แบบนี้ — เปิดโซเชียลมีเดียด้วยความรู้สึกปกติดี แต่พอเลื่อนฟีดผ่านรูปเพื่อนไปเที่ยวต่างประเทศ เพื่อนร่วมงานได้เลื่อนตำแหน่ง หรือคนรู้จักที่ดูมีชีวิตสมบูรณ์แบบไปหมด กลับรู้สึกแย่ลงโดยไม่รู้ตัว ปรากฏการณ์นี้เกี่ยวข้องกับกลไกทางจิตวิทยาที่เรียกว่า upward social comparison หรือการเปรียบเทียบตัวเองกับคนที่ดูดีกว่าตัวเอง คำถามที่น่าสนใจคือ โซเชียลมีเดียทำให้กลไกนี้รุนแรงขึ้นจริงหรือไม่ และขนาดของผลกระทบต่อสุขภาพจิตมากแค่ไหนกันแน่ เพราะงานวิจัยในช่วงหลังเริ่มพบว่าเรื่องนี้ซับซ้อนและมีขนาดผลเล็กกว่าที่สื่อมักนำเสนอมาก

อ่าน 16 นาที